น้ำตาลในเครื่องดื่ม มีผลต่อการเผาผลาญไขมันในร่างกายอย่างไร

น้ำตาลในเครื่องดื่ม มีผลต่อการเผาผลาญไขมันในร่างกายอย่างไร

Share on facebook
Facebook
Share on google
Google+
Share on twitter
Twitter

อึก อึก อึก อ่าห์

รู้สึกดีใช่มั้ยล่ะครับทีได้ดื่มน้ำอัดลมหลังจากซัดชีสเบอร์เกอร์เนื้อชิ้นโตเข้าไป

หลาย ๆ คนคงทราบว่าน้ำอัดลมให้โทษมากกว่าประโยชน์ แต่เราก็ยังจะดื่ม และผลงานวิจัยล่าสุดบอกว่าน้ำอัดลมเย็น ๆ (มีใครกินน้ำอัดลมอุ่น ๆ กันบ้าง?) จะทำให้ร่างกายกักเก็บไขมันมากกว่าเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่ไม่มีน้ำตาล

ในการทดลองของ Shannon Casperson นักวิจัยชีววิทยาจากกรมวิชาการเกษตร วิจัยการเกษตรจากประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ให้ผู้เข้าร่วมทดลองดื่มเครื่องดื่มที่มีรสหวานหลังจากรับประทานอาหารที่ประกอบด้วยโปรตีนเยอะ ๆ ผลปรากฎออกมาแบบไหนลองอ่านดูนะครับ

จริง ๆ แล้ว มีผลงานวิจัยก่อนหน้านี้ว่ากลุ่มตัวอย่างที่เพิ่มปริมาณโปรตีนในแต่ละมื้อ มีความเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านการเผาผลาญของร่างกายและในปริมาณของการทาน เช่น การทานโปรตีนเพิ่มขึ้นนั้นจะทำให้ความสามารถในการเผาผลาญไขมันเพิ่มมากขึ้น

ลองมาดูรายละเอียดของการวิจัยกันครับ

ผู้เข้าร่วมทดลองเป็นวัยหนุ่มสาวสุขภาพดีทั้งหมด 27 คน จะถูกแยกให้อยู่ในห้อง ๆ หนึ่งที่มีทั้งเตียง ห้องน้ำ เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ที่เรียกว่า “Room calorimeters” พร้อมทั้งสามารถที่จะวัดปริมาณออกซิเจน คาร์บอนไดออกไซด์ อุณหภูมิ และความดันอากาศ

ค่าเหล่านี้จะช่วยให้นักวิจัยสามารถคำนวณได้ว่า อาหารที่ผู้เข้าร่วมทดลองทานมีผลต่อกระบวนการเผาผลาญอาหาร ทั้งปริมาณแคลอรีที่เผาผลาญได้ และร่างกายย่อยไขมัน โปรตีน และคาร์โบไฮเดรตอย่างไร

นี่คือเงื่อนไขครับ

ผู้เข้าร่วมทดลองจะใช้เวลาอยู่ในห้องทั้งหมด 2 ครั้ง ๆ ละ  24 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่เวลา 4 โมงเย็นจนครบ 24 ชั่วโมง ทานอาหารเย็นตอน 5 โมงเย็น หลังจากนั้นจะไม่ได้ทานอะไรอีกเลยจนถึงอาหารเช้าของเช้าอีกวันหนึ่ง

เอาล่ะ ถึงเวลาทดลองจริง ๆ กันแล้วครับ

ในครั้งแรกของการอยู่ในห้องนี้ ผู้เข้าร่วมทดลองจะไดัรับอาหารเช้าและกลางวันที่มีโปรตีน 15 % และแต่ละมื้อจะเสิร์ฟพร้อมเครื่องดื่มรสหวานที่มีน้ำตาลหรือน้ำตาลเทียม

ถ้าเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลถูกเสิร์ฟพร้อมมื้อเช้า มื้อกลางวันก็จะเสิร์ฟเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเทียมสลับกันไป การทดลองแบบนี้ทำให้นักวิจัยได้ทราบว่าการเผาผลาญอาหารจะแตกต่างกันมั้ยระหว่างเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเทียม

หลังจากรับประทานอาหารเช้าและมื้อกลางวันแล้ว ผู้เข้าร่วมทดลองจะถูกสังเกตเป็นเวลา 4 ชั่วโมง ในช่วงเวลานี้เองที่นักวิจัยสามารถมองเห็นได้ว่าร่างกายตอบสนองต่ออาหารด้วยเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเทียม

ครั้งที่สองของการอยู่ในห้อง ผู้เข้าร่วมทดลองจะไดัรับอาหารเช้าและกลางวันที่มีโปรตีนเพิ่มขึ้นมาเป็น 30 % (เพิ่มมาอีก 15 % จากครั้งแรก)

และนี่…คือผลของการทดลองที่นักวิจัยพบว่า

ความสามารถในการเผาผลาญไขมันของร่างกายลดลงโดยเฉลี่ยถึง 8 % เมื่อทานอาหารกับเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล

นอกจากนั้น แม้ว่าเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลจะให้แคลอรีเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผู้เข้าร่วมทดลองรู้สึกอิ่มขึ้นเลย และยังพบว่าเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลทำให้ผู้เข้าร่วมทดลองยังรู้สึกอยากอาหารอยู่หลังจากทานไปแล้ว 4 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นผลของการทดลองที่เกิดขึ้นจากผู้เข้าร่วมทดลอง 27 คน อาจจะฟันธงเป๊ะๆเลยไม่ได้ อาจต้องเกณฑ์ผู้เข้าร่วมทดลองมากกว่านี้ หรือปรับเปลี่ยนตัวแปรบางอย่าง เช่น อายุ เวลาในการทาน หรือเครื่องดื่มอื่น ๆ เพื่อให้ได้ผลการทดลองที่แม่นยำขึ้น เชื่อถือได้ครับ

ที่มา Livescience

Share on facebook
Facebook
Share on google
Google+
Share on twitter
Twitter

Leave a Reply