You are currently viewing แค่เพิ่ม 14 ไลฟ์สไตล์เหล่านี้ในชีวิตประจำวัน ก็ทำให้ร่างกายคุณแข็งแรงขึ้น

แค่เพิ่ม 14 ไลฟ์สไตล์เหล่านี้ในชีวิตประจำวัน ก็ทำให้ร่างกายคุณแข็งแรงขึ้น

Share on facebook
Facebook
Share on google
Google+
Share on twitter
Twitter

คุณจะคงความฟิตหรือความแข็งแรงของร่างกายให้ตัวเองได้อย่างไร ถ้าไลฟ์สไตล์ของคุณในแต่ละวันอาจจะเป็นแบบนี้

ตื่นเช้ามาทำอาหารเช้า ไปส่งลูกที่โรงเรียน ไปทำงาน ประชุม ไปรับลูกที่โรงเรียน นัดเจอเพื่อน ๆ ตอนเย็นหรือออกเดตกับแฟน

ต่อให้ตารางเวลาของคุณนั้นแน่นขนาดไหน คุณก็ควรจะมีกิจกรรมบางอย่างที่ทำให้คุณยังคงความแข็งแรงของร่างกายไว้ได้

คงไม่ต้องบอกกันแล้วมั้งครับว่าการออกกำลังกาย การทานอาหารที่มีประโยชน์ และการนอนหลับพักผ่อนที่ได้คุณภาพ เป็นสิ่งสำคัญ สำหรับการทำให้ร่างกายแข็งแรงได้

ความฟิตหรือความแข็งแรงที่ว่านี้ไม่ใช่การมีกล้ามเนื้อใหญ่โตอะไรนะครับ แต่เป็นความแข็งแรงของร่างกาย ไม่เจ็บป่วยง่าย

วันนี้ผมมีเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะช่วยให้คุณเพิ่มความแข็งแรงของร่างกาย และข้อแนะนำในการออกกำลังกายเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ยุ่ง ๆ แบบคุณครับ

เพื่อให้คุณอ่านบทความนี้ได้ง่าย ๆ ผมเลยแบ่งออกเป็น 3 หัวข้อใหญ่ครับ อยากอ่านหัวข้อไหนก่อน ก็คลิกที่หัวข้อนั้นได้เลยครับ

วิธีการทำให้ร่างกายแข็งแรง ด้วยการทานอาหาร

อย่างดอาหารเช้า

ทานอาหารเช้า เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง

ในขณะที่คุณเร่งรีบในช่วงเช้า หรือนอนขดตัว Snooze แล้ว Snooze อีก สิ่งสุดท้ายที่คุณน่าจะนึกถึงคืออาหารเช้า

แต่เชื่อผมเถอะครับว่าการงดอาหารเช้าไม่มีข้อดีเลย

เพราะมันเชื่อมโยงกับความอ้วน น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น และความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน รวมถึงอาหารหงุดหงิดในตอนเช้าด้วย

อาหารเช้า ต้องทานนะครับ และต้องทานแบบมีประโยชน์ต่อร่างกายด้วยครับ

ดื่มน้ำให้เพียงพอ

น้ำมีส่วนสำคัญในการทำงานของระบบต่าง ๆ ภายในร่างกาย

น้ำยังเป็นสิ่งสำคัญที่นักกีฬา และผู้ออกกำลังกายขาดไม่ได้ เพื่อช่วยทดแทนน้ำที่สูญเสียจากการออกกำลังกาย

การดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ยังช่วยให้ระบบการเผาพลาญพลังงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วยครับ

ทานอาหารที่มีประโยชน์

ทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง

การเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ ก็มีส่วนสำคัญในการคงความฟิตหรือความแข็งแรงของร่างกายได้ ด้วยการรักษาระดับของพลังงาน ไขมัน และกล้ามเนื้อให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และไม่ทำให้อ้วน แม้ไม่ได้ออกกำลังกาย

เน้นทานอาหารประเภทโปรตีน คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน และลดการบริโภคน้ำตาลและแป้งขัดสี นอกจากจะไม่ทำให้อ้วนแล้ว ยังส่งผลให้สุขภาพดีจากวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหารที่ได้จากคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนอีกด้วย

อ้อ..ลดการปรุงแต่งอาหารเพิ่มเติมได้ก็จะดีมากครับ

พกของว่างทานระหว่างมื้อ

พกของว่างติดตัว เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง

การพกของว่างติดตัว จะช่วยให้คุณคลายอาการหิวจุกจิกระหว่างวันได้ และทำให้คุณไม่หิวหนัก ๆ ในมื้อหลัก ทำให้สามารถควบคุมปริมาณการกินอาหารในแต่ละมื้อได้

จากการวิจัยพบว่า การทานอาหารระหว่างมื้อจะช่วยกระตุ้นให้ระบบเผาพลาญภายในร่างกายดีขึ้น แต่ต้องเป็นของว่างที่มีประโยชน์เท่านั้นนะครับ เช่น ธัญพืช เนื้ออบแห้ง ผลไม้อบแห้ง เป็นต้น

ลดการดื่มเหล้า เบียร์ ไวน์

ผมรู้ว่าการกระดกเหล้าหรือเบียร์หลังเลิกงาน มันสดชื่นแค่ไหน เพราะผมก็เป็น Beer Lover คนหนึ่ง

ตอนปี 2561 ผมทำงานหนักมาก พอถึงบ้านก็อยากจะซดเบียร์เย็น ๆ หน่อย แต่พอเอาเข้าจริง ๆ ดื่มเบียร์วันละ 2-3 กระป๋องประมาณ 4 วันต่อสัปดาห์

แน่นอนครับ ร่างกายพัง น้ำหนักขึ้น หัวสมองไม่โปร่ง ที่ออกกำลังกายมาก็รวนไปหมด

แถมตอนดื่มก็ต้องมีกับแกล้ม เพิ่มโซเดียมกับน้ำตาลเข้าไปอี๊กกกก

ปีนี้ (2562) ผมก็เลยตั้งปณิธานว่าเลิกดื่มไม่ได้ ลดลงก็ยังดี(วะ) ก็เลยลดการดื่มเบียร์ลงเหลือ 3-4 กระป๋องต่อสัปดาห์

วิธีนี้ได้ผลเยอะเลยครับ น้ำหนักผมลดลง แถมพุงก็ลดลงด้วยทั้งที่ไม่ได้ออกกำลังกาย 

เชื่อผมเถอะครับว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์คือหนึ่งในวิธีเพิ่มแคลอรี่เข้าร่างกายที่เลวร้ายที่สุด

ดื่มบางโอกาสหรือตอนเข้าสังคมนิด ๆ หน่อย ๆ ก็ไม่เป็นไรครับ

วิธีการทำให้ร่างกายแข็งแรง ด้วยการออกกำลังกาย

ใช้การเดินทางของคุณให้เป็นประโยชน์

อยู่ห่างจากที่ทำงานไม่กี่กิโล ? หรืออยู่ห่างจากรถไฟฟ้า BTS MRT กี่ร้อยเมตรครับ ?

ลองเดินเร็ว วิ่ง หรือปั่นจักรยานไปทำงานก็ได้ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ก็ดีนะครับ

คุณจะได้เผาผลาญแคลอรี่ได้มากขึ้น ได้เคลื่อนไหวเพิ่มขึ้น ช่วยให้คุณทำงานได้ดีขึ้นและมีสมาธิมากขึ้น

แค่เก็บเสื้อผ้าที่สะอาดไว้ในออฟฟิศ หรือถ้าที่ทำงานมีห้องอาบน้ำยิ่งดีเลยครับ คุณจะไม่ได้ต้องนั่งทำงานเปียกเหงื่อทั้งวัน

ปรับการออกกำลังกายเข้ากับการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน

ออกกำลังกายให้เข้ากับชีวิตประจำวัน เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง

พนักงานออฟฟิศหลายคนใช้เวลาไปกับการนั่งอยู่กับโต๊ะทำงานมากกว่าการเดินซะอีก

บางทีนั่งยาวไป 2 -3 ชั่วโมง จนเป็นสาเหตุของโรคอ้วนลงพุง หรือโรค Office Syndrome ตามมา

ใช้เวลาเล็กน้อยเพื่อลุกออกจากเก้าอี้บ้างทุกชั่วโมง ก็ช่วยให้คุณหายจากอาการเมื่อยล้าจากการนั่งนาน ๆ ได้ครับ

หรือทำการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เดินขึ้นลงบันได หรือหาพื้นที่กระโดดตบ สัก 5 – 10 นาที แล้วกลับมาทำงานต่อ เท่านี้ถือเป็นการออกกำลังกายเล็ก ๆ น้อยในที่ทำงานแล้วครับ

นอกจากจะช่วยลดอาการเมื่อยแล้ว ยังช่วยกระตุ้นสมองให้ตื่นตัวและเลือดสูบฉีด เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น

นอกจากนี้คุณยังสามารถเพิ่มการออกกำลังกายได้ เช่น วิ่งเล่นกับลูก ทำความสะอาดบ้าน (กวาดบ้านถูบ้านเองอย่างผมสิครับ เหงื่อท่วมเลย) เลือกเดินขึ้นลงบันไดแทนการขึ้นลิฟต์หรือบันไดเลื่อน 

และทราบมั้ยครับว่าวิธีที่สตีฟจ็อบส์โปรดปรานในการออกกำลังกายในที่ทำงานคือ ทุกการประชุมจะไม่มีเก้าอี้สำหรับนั่ง แต่จะใช้การยืน และเดินในห้องประชุมแทน

เป็นการช่วยกระตุ้นการตื่นตัวของสมอง และทำให้เค้าได้ไอเดียใหม่ ๆ อยู่เสมอนั่นเองครับ

กำหนดตารางการออกกำลังกาย

กำหนดตารางการออกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง

บางครั้งการกำหนดตาราสงในการออกกำลังกายให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่ยุ่งของคุณ คือการสร้างความมุ่งมั่นและความตั้งใจครับ

สร้างเวลาสัก 30-60 นาทีต่อวัน 3-4 วันต่อสัปดาห์สำหรับการออกกำลังกาย

ในเมื่อคุณสามารถจัดตารางนัดสำคัญกับคนพิเศษ นัดคุยงาน นัดประชุม นัดหมายแพทย์ แต่ทำไมคุณจะไม่สามารถจัดตารางการออกกำกายได้หล่ะจริงมั้ย

อย่าลืมว่าสุขภาพที่ดี จะส่งเสริมทุกกิจกรรมของคุณให้บรรลุเป้าหมายได้ครับ

ใช้เวลาในการออกกำลังกายให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

หลายคนคิดว่าการออกกำลังกายที่ได้คุณภาพเกิดจากการใช้ระยะเวลานาน ๆ ในฟิตเนส หรือใช้เวลาในการออกกำลังกายนานกว่า 2- 3 ขั่วโมง

แต่คุณสามารถใช้ระยะเวลาเพียงเล็กน้อยได้ แต่ต้องให้เกิดความเข้มข้นสูงระหว่างการออกกำลังกาย นั่นคือการเน้นคุณภาพมากกว่าเน้นปริมาณ

ดังนั้นควรมีการจัดลำดับความสำคัญ และเลือกรูปแบบของการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับระยะเวลามากที่สุด

ถ้าคุณมีเวลาน้อย ให้คุณจัดสรรการออกกำลังกายตามสัดส่วนของร่างกาย เช่น หากคุณมีน้ำหนักเกิดมาตรฐาน และต้องการลดน้ำหนัก ให้คุณเน้นการเบิร์นเป็นหลัก โดยการปั่นจักรยาน การวิ่ง หรือแอโรบิค ที่มีความเข็มข้นสูง เสียเหงื่อมาก

แต่ถ้าคุณมีเวลามากพอ คุณสามารถวิ่งเบา ๆ เพื่อเรียกเหงื่อ จากนั้นเพิ่มความเร็วที่ละนิด เพื่อเริ่มการเบิร์นไขมัน และตามด้วยการเวท เทรนนิ่ง เพิ่มกล้ามเนื้อ

มีแผนสำรองสำหรับการออกกำลังกายเสมอ

ไม่ว่าคุณจะอยู่ในสถานการณ์ไหนในชีวิต สุขภาพที่แข็งแรงก็ถือเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการทำกิจการต่าง ๆ ให้ลุล่วง เพื่อให้คุณได้สามารถใช้ชิวิตได้อย่างมีความสุข ดั่งคำที่ว่า การไม่มีโรคคือลาภอันประเสริฐ

ดังนั้นไม่ว่าคุณจะยุ่งกับการทำงานขนาดไหน ขอให้คุณมีแผนสำรองสำหรับการออกกำลังกายในแต่ละวัน แม้จะเป็นเวลาเพียงเล็กน้อย แต่ก็ถือว่าคุณได้ออกกำลังกายแล้ว

สร้างวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพกับคนรอบข้าง

สร้างชุมชนคนรอบข้างให้ดูแลสุขภาพ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง

สภาพแวดล้อมมีส่วนสำคัญในการดำเนินชีวิต และมีผลต่อเป้าหมายในชีวิตของคุณอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ถ้คุณเป็นคนหนึ่งที่ใช้เวลาหลายชั่วโมงอยู่ที่ทำงาน หรือบ้านของคุณ ขอแนะนำให้ลองเปลี่ยนพื้นที่เหล่านั้น ให้เป็นพื้นที่ของการออกกำลังกาย เช่น สร้างกลุ่มกับเพื่อน ๆ ที่ใส่ใจสุขภาพในสถานที่ทำงานของคุณ โดยอาจจะชวนเพื่อนร่วมงานของคุณ

ตั้งเป้าหมายเพื่อสุขภาพที่ดีร่วมกัน
ตั้งเป้าหมายลดน้ำหนักร่วมกัน
แชร์เมนูเพื่อสุขภาพ
เทคนิคการลดน้ำหนัก
แชร์คลิปการออกกำลังกายใหม่ ๆ
จัดตารางเวลาในการออกกำลังกายร่วมกัน

หรือสร้างกลุ่มในแอปฯ ออกกำลังกายต่าง ๆ สำหรับอัพเดทเรื่องสุขภาพของแต่ละคน เพื่อให้เห็นพัฒนาการ และการเปลี่ยนแปลงของสุขภาพก็ได้ครับ

ทดลองการออกกำลังกายรูปแบบใหม่

หลายคนปฏิเสธที่จะลองออกกำลังกายในรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็น การเล่นโยคะ การยกน้ำหนัก ต่อยมวย หรือการวิ่ง เพราะเห็นว่ายาก น่าเบื่อ ไม่เหมาะสำหรับเรา หรือคิดว่าไม่สามารถทำได้ จึงทำให้พลาดการออกกำลังกายเหล่านั้นไป

แต่หากคิดในอีกแง่มุม การออกกำลังกายแบบใหม่ ๆ อาจทำให้คุณค้นพบตัวเอง เจอกีฬาที่ชอบ และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ เหมาะสมกับรูปร่างและสรีระมากกว่ารูปแบบการออกกำลังกายในปัจจุบัน บางครั้งอาจทำให้คุณหลงรักกีฬาเหล่านั้นไปก็ได้

พยายามออกกำลังกายแบบใหม่ ๆ ที่แตกต่างหลากหลาย แล้วคุณจะพบการออกกำลังกายที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณครับ

ปรับระดับการออกกำลังกายให้เข้มข้นขึ้นเสมอ

ปรับระดับการออกกำลังกายให้เข้มข้น เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง

การเพิ่มระดับความเข้มข้นของการออกกำลังกายอยู่เสมอ โดยการจดบันทึกในปฏิทินของคุณทุกครั้งที่ออกกำลังกาย และเพิ่มเซสชั่นการออกกำลังกายในตอนท้ายของแต่ละสัปดาห์ แต่ละเดือน แต่ละปีเพื่อให้คุณสามารถติดตามความคืบหน้าของคุณ ทำให้สามารถนำผลมาวัดระดับการออกกำลังกายได้ในทุกครั้ง ซึ่งถือเป็นการเพิ่มความท้าทาย ทำให้อยากหาเวลามาออกกำลังกายเพื่อติดตามความก้าวหน้าของตัวเองอยู่เสมอ

วิธีการทำให้ร่างกายแข็งแรง ด้วยการพักผ่อน

นอนหลับให้ได้คุณภาพ

นอนหลับให้ได้คุณภาพ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง

การนอนหลับถือเป็นการรีบูทร่างกายที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

คุณควรนอนหลับให้ได้อย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวัน และหลับสนิทให้ได้อย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายได้เสริมสร้างและซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้มากที่สุด

จากการศึกษาพบว่า การนอนหลับส่งผลดีต่อสุขภาพในหลายด้าน เช่น ช่วยให้ร่างกายสามารถเผาพลาญพลังงานได้มากขึ้น ช่วยให้รอบเอวของคุณดูเล็กลง และยังส่งเสริมการทำงานของสมองในเชิงบวก ช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ และส่งเสริมความสามารถในการตัดสินใจได้อย่างดีเยี่ยม

คุณควรสร้างวินัยและสภาพแวดดล้อมในการนอนให้ได้คุณภาพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายสามารถจดจำเวลาในการนอน และการตื่น และอาจทำให้คุณไม่จำเป็นต้องใช้นาฬิกาปลุกอีกต่อไปเพราะร่างกายจำเวลาของตัวเองได้

สรุป

เป็นไงบ้างครับ แนวทางการรักษาความฟิตหรือความแข็งแรงของร่างกายให้อยู่กับคุณที่ผมเอามาเล่าวันนี้

คุณไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างตามแนวทางที่ลิสต์ไว้ข้างต้น

เริ่มจากอะไรง่าย ๆ แต่ท้าทายสักนิด ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์และตารางเวลาของคุณ แล้วค่อยเพิ่มลิสต์และความยากเข้าไป

เพียงแค่คุณปรับเปลี่ยนวิธีคิด จัดลำดับความสำคัญให้เหมาะสม คุณจะพบว่าคุณมีประสิทธิภาพและมีพลังงานมากขึ้นตลอดทั้งวัน

คุณจะมีสุขภาพที่ดีด้วย ซึ่งจะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงการไปพบแพทย์และการเจ็บป่วยต่อเนื่อง

เมื่อร่างกายคุณแข็งแรง มีสุขภาพดี คุณจะได้ทำงานหรือบริหารธุรกิจของคุณได้อย่างเต็มประสิทธิภาพไงครับ

Share on facebook
Facebook
Share on google
Google+
Share on twitter
Twitter

ติดตาม Highlands Jerky

เราไม่ชอบ Spam และเรารู้ว่าคุณเองก็ไม่ชอบ Spam เหมือนกัน
เพราะฉะนั้น เราจะส่งแต่เนื้อหาบทความดี ๆ ผลิตภัณฑ์ใหม่ และโปรโมชั่นเท่านั้น

Leave a Reply